TPADV ลิปตัน ไอซ์ที!!!

Review #10 : TPADV-2554-302-ลิปตัน ไอซ์ที

หึหึหึ งานโฆษณา เป็นงานปิดท้ายของเทอมนี้ หรือปีนี้เลยก็ว่าได้ ได้พักสักที เหนื่อยมากแล้ว แต่สนุกดี เลยทำงานนี้ออกมาให้ดีที่สุด ไหนๆก็ปิดท้ายล่ะครับ งานโฆษณานี้เราก็เลยเลือก ลิปตัน ไอซ์ที!!! มาเป็นงานโฆษณา หึหึหึ (จะหึ อะไรนักหนา –”) เอาล่ะ งานนี้ตอนแรกก็ไปซื้อลิปตันมาจากร้านของอ.นิตยา หน้าโรงเรียน ง่ายดี (ร้านสำปั้นไม่ซื้อหรอก หึหึ) แล้วก็ให้พริกไทยทำเป็นคนที่แบบว่า เบื่อๆอ่ะ นั่งทำการบ้านก็เบื่อ นั่งอ่านการ์ตูนก็เบื่อ นั่งอ่านหนังสือก็เบื่อ แม้แต่เล่นเตะตะกร้อก็ยังเบื่อ เราก็เลยนำเสนอ เอาน้ำชามะนาว ลิปตัน ไอซ์ที กินแล้วไม่เบื่อ ^^” ก็แบบว่า ตอนนั้นไปเห็นโฆษณาญี่ปุ่นอยู่ตัวนึง มีแบบว่ามีคนนั่งอยู่ฉากเดิมแล้วก็เปลี่ยนกิริยาท่าทางที่ทำ แล้วภาพก็เลื่อน ไปเรื่อยๆ เราก็เลยลองเอามาใช้ดูบ้าง ก็ดูดีไม่น้อยเลยล่ะครับ ส่วนเรื่องเพลงประกอบตอนแรกก็ยังคิดๆอยู่ล่ะว่าจะเอาเพลงอะไรตอนที่ดื่มลิปตัน ก็เลยเลือก จดหมายจากความเหงานี่ล่ะ เพราะชิลล์ดี ^^”

โต้วาที 3/2 ครั้งที่ 1

Review #09 : โต้วาที 3/2 ครั้งที่ 1

เมื่อเรียนวิชาภาษาไทย เรื่องย่อยๆที่ต้องเรียน ก็มี โต้วาที นี่ล่ะครับ โต้วาที ก็คือเป็นการที่มีผู้พูดทั้ง 2 ฝ่าย มาโต้แย้งกันอย่างมีเหตุผล โดยมีฝ่ายเสนอและฝ่ายค้าน มาพูดโต้แย้งกัน โดยในวันนี้ ฝ่ายเสนอมี บูม เอียร์ แล้วก็ อิณฌ์ ส่วนฝ่ายค้านมี วิน แฮม แล้วก็ขนุน โดยญัตติที่จะใช้โต้วาทีในครั้งนี้ก็คือ หนังสือดีกว่า E-Book ??? โดยการโต้วาทีนั้นจะใช้หลักการดังนี้ โดยจะใช้การพูดแบบ 5-3-3 โดยที่ หัวหน้าฝ่ายเสนอจะใช้เวลาพูด 5 นาที ต่อด้วย หัวหน้าฝ่ายค้าน ใช้เวลา 5 นาที ตัวด้วยผู้สนับสนุนคนที่ 1 ของฝ่ายเสนอ ใช้เวลาพูด 3 นาที ต่อด้วย ผู้สนับสนุนคนที่ 1 ของฝ่ายค้าน ใช้เวลาพูด 3 นาที ต่อด้วย ผู้สนับสนุนคนที่ 2 ของฝ่ายเสนอใช้เวลาพูด 3 นาที และสุดท้ายคือผู้สนับสนุนคนที่ 2 ของฝ่ายค้านใช้เวลาพูด 3 นาที หลังจากนั้นจะมีการสรุปของหัวหน้าฝ่ายค้าน และ หัวหน้าฝ่ายเสนอ ส่วนคณะกรรมการนั้น จะตัดสินในเรื่องของ การอภิปรายที่ตรงประเด็น การพูดที่ชัดเจน การแต่งกายที่เรียบร้อย การรักษามารยาทในการโต้วาที และ การรักษาเวลาในการพูด โดยที่ช่วงท้ายของการโต้วาที จะมีการรวมคะแนนของคณะกรรมการ โดยที่จะรวบรวมคะแนนจากกรรมการทั้ง 5 คน โดยสรุปแล้ว ฝ่ายค้านชนะไป 5 ประตูต่อ 0 ครับ เอ๊ย 5 ต่อ 0 ครับ ^^”

MV2 – ค่อยค่อยพูด

Review #08 : MV2 – ค่อยค่อยพูด

ตอนก่อนปิดเทอมได้รับการสั่งงานที่ว่า “MV 2″ เอาล่ะ ถึงเวลาแก้ตัว คิดอย่างงั้น ก็ไปคิดเพลงมาเรียบร้อย อยากได้ฉากนู้นฉากนี้ มุมกล้องเป็นอย่างนี้ อะไรเรียบร้อย พอตอนเปิดเทอม ช็อค!!!!! ที่ตรงอาจารย์เลือกเพลงให้นี่แหละ T_T โอ๊ะโอว อ่ะๆ ลองสักตั้ง ตอนนั้นไปจับเลือกเพลง ก็ได้เพลงนี้มา เพลงนั้นมีชื่อว่า “ค่อยค่อยพูด” เฮ้ย ในใจก็คิดว่าแบบเพลงมันน่าฟังมาก เพลงคงเป็นแนวแบบไปเรื่อยๆ อ่ะนะ แต่พอมาฟัง เฮ่ยยย เพลงร็อคคคคคคคค ตายล่ะ ทำยากเหลือเกิน เพราะเราก็ไม่ถนัดเพลงแบบนี้อยู่แล้วด้วย โดย MV นี้ใช้เวลาถ่ายทำถึง 2 วัน สนุกกันหล่ะทีนี้ วันแรกก็ถ่ายใน้อง คือไม่อยากให้ใครรบกวนจริงๆ (หรืออายกันแน่) 555+ วันแรกถ่าย แฮมก็อยากกลับบ้านซะแล้ว อิอิ อ่ะๆ ถ่ายอีกวันก็ได้ พอถ่ายอีกวันก็เสร็จเรียบร้อย คราวนี้ใช้เวลาตัดต่อน้อยกว่าเดิมนิดนึง เพราะเพลงมันสั้นอ่ะนะ พอส่ง สรุปว่า ได้ ได้ ได้ ได้ ได้ 3/10 เท่าเดิมเลย T_T

MV1 – เธอไม่อาจเอารักไปจากหัวใจ

Review #07 : MV1 – เธอไม่อาจเอารักไปจากหัวใจ

ฮ่าฮ่าฮ่า ดูแล้วอย่าหัวเราะ นี่คือ MV ครั้งแรก ตัดต่อครั้งแรก แสดงครั้งแรก เพิ่งได้เจอครั้งแรก ของเด็ก ม.3 ดูแล้วอาจจะเป็นแค่ MV กากๆ MV นึง แต่ขอบอกว่าตั้งใจที่จะทำให้งานออกมาดีที่สุด วันนั้นที่ถ่าย ก็รู้สึกว่าจะเป็นวันสอบกลางภาคอ่ะนะครับ แล้วพริกไทยก็ไปชวนเพื่อนมา มาเป็นนางเอก MV กว่าจะชวนเพื่อนมาได้ก็เกือบ 4 โมงแล้วล่ะ แต่ก็ไม่เป็นไร ถ่ายๆๆ วันนั้นก็มีหลายกลุ่มเหมือนกันที่ไปถ่ายที่โรงเรียนอ่ะครับ วันนั้นก็ไม่มีคนเลย กลับบ้านกันไปหมดแล้ว พอถ่ายไปได้ซักพักก็รู้สึกถึงความยากแล้วล่ะ ยากก็ตรงที่ตกลงอะไรกันไม่ลงตัวนี่ล่ะ แต่สุดท้ายก็ผ่านไปได้ด้วยดี แล้ว!!! ฟ้าก็มืด มีเสียงฟ้าร้อง ซะงั้น ยังถ่ายไม่จบเลยล่ะ เอาไงดีๆ แล้วซักพักฝนก็ตก อ่าาา ได้ฟิลล์ สรุปเลยไปถ่ายตอนฉากฝนตก เท่ากับ ได้ฉากสวยๆมาได้ 1 ฉากฟรีๆ 555+ แล้วตอนแรกพริกไทยก็บอกว่าจะถ่ายวันพรุ่งนี้มั้ย แต่เราก็บอกไปว่า ไม่อ่ะ เหตุผลก็คือ อยากให้จบๆไปในวันเดียวนี่แหละ แล้วก็อีกวันนึงตัดต่อ ถ้างั้นจะไม่มีเวลามาตัดต่อ พริกไทยก็ตกลง ทุกอย่างจบไปได้ด้วยดี วันรุ่งขึ้น มาตัดต่อ นั่งตัดต่อไปได้ 2 ชั่วโมง แล้ว กด Create Video file แล้วหลังจากนั้น ตู้ม!!! กลายเป็นโกโก้ครั๊นซ์ เอ๊ย ไม่ใช่ หลังจากนั้นปรากฎว่า เจ้า Ulead มันใช้งานกับ Windows 7 ไม่ค่อยได้ แล้วก็แปลงไฟล์ไม่ได้ เอาแล้วไงๆ อีกวันนึเลยฝากไปให้พริกไทยตัดต่อ แล้วก็ส่งไฟล์กลับมาให้อีกที เพื่อให้เราใส่เบื้องหลังแล้วก็อัพลง youtube แล้วก็ไปส่งที่บล็อคของอาจารย์ เป็นอันว่าเสร็จ ได้คะแนนมา 3/10 ไม่น้อยไม่เยอะ สำหรับ MV แรก ^^”

ตักบาตรต้อนรับปีใหม่ 2555 ทวีธาภิเศก

Review #06 : ตักบาตรทวีธาภิเศก 2555

วันนั้นเป็นวันศุกร์ครับ อากาศดีด้วย แสงแดดสวย ต้อนรับยามเช้าที่ดีเลยทีเดียว เพื่อนๆก็เอาของมาตักบาตรเยอะแยะมากมาย เช่น มาม่า ปลากระป๋อง บางคนก็ซื้อมาจาก เซเว่นหน้าปากซอยโรงเรียนเลย –’ ตอนแรกก็นึกว่าจะให้ตักบาตรก่อนเคารพธงชาติ แต่สุดท้าย ไม่ใช่ ซะงั้น กลายเป็นเคารพธงชาติก่อน กว่าจะตักบาตรก็เกือบ 9 โมงเช้าแล้วล่ะ วันนั้นเคารพธงชาติเสร็จก็มีการสวดมนต์ ยาวเหยียด (แต่ได้บุญนะ 555+) วันนั้นก็ต้องขอโทษด้วยเพราะผมไม่ได้เอาของไปตักบาตร เพราะไม่ไหวจะรับภาระจริงๆ เพราะต้องรับบทเป็นคนถ่ายรูป (555+) แต่เสียดายที่งานนี้ไม่ได้มีอะไรมาก แถมรูปถ่ายยากด้วย คนเบียดกันเยอะแยะไปหมดเลย พอตักบาตร ฝั่งม.ต้นอยู่ฝั่งหน้าประตูโรงเรียน ทำให้ถ่ายรูปไม่ได้เลยล่ะครับ มันย้อนแสง ถ่ายออกมามืดทุกรูป วันนั้นก็มีพระสงฆ์-สามเณรมาประมาณ 30 รูป (มั้งนะครับ ไม่ได้นับ) ตักบาตรครั้งนี้ โอ้โห!!! เยอะมาก อะไรเยอะหรอครับ ของที่นักเรียนเอามาตักบาตรน่ะสิ แต่เห็นอันนี้น่ะสิ ไม่รู้ว่าจะผิดรึเปล่า เห็นค่อนข้างเยอะซะด้วย นั่นก็คือ “การใส่เงิน” เง้อออ ผิดรึเปล่าน้อออ อ่ะเข้าเรื่อง สิ่งของที่นำมาตักบาตรน่ะครับใส่รถกระบะ 2 คันยังไม่หมดเลยมั้ง อิ่มบุญ อิ่มใจกันถ้วนหน้าจริงๆ ^^”

Taweethapisek Sport Day

Review #05 :กีฬาสีทวีธาภิเศก

อะแฮ่มๆ… กีฬาสีมีทุกโรงเรียน เพื่อที่จะให้นักเรียนในโรงเรียนนั้นสามัคคีกัน และนี่คือกีฬาสีของทวีธาภิเศก วันนั้นครับ ตอนเช้าไปโรงเรียน กีฬาสีปีนี้จัดไม่ใหญ่โตสักเท่าไหร่ (มั้ง) เพราะน้ำท่วม น้องๆ ม.1 ก็ไม่ได้ซ้อมเชียร์ ถูกมั้ยล่าาา ตอนนั้นรุ่นผมนี่ ซ้อมเกือบเดือน ซ้อมถึง 5 โมง บ้าง 6 โมงบ้าง วันสุดท้าย ทุ่มกว่าๆ มืดก็มืด ยุงก็เยอะ ยังมานั่งซ้อม 55+ ทรมาน แต่มีความรู้สึกดีดี อยู่ด้วย เพราะตอนเย็นๆบรรยากาศดี ^^ อ่ะๆ เข้าเรื่องต่อ มาโรงเรียนตอนเช้า วันนั้น อุณหภูมิก็สัก 20 องศา อากาศเย็นกำลังดี ^^ แสตนด์ของแต่ละสีก็จัดได้สวยงามดีครับ ก่อนเปิดงานก็ธรรมเนียมเหมือนทุกปี นั่นก็คือ การเดินพาเหรด ครับ โดยหางขบวนนั้นก็จะเป็น ม.2 ครับ ปีที่แล้วเพิ่งเดินมาเอง ^^” โดยจะเดินออกไปทางถนนอิสรภาพแล้วก็ไปเรื่อยๆ เลี้ยวซ้ายที่แยกโพธิ์สามต้น เรื่อยๆ แล้วก็เลี้ยวซ้ายเข้าถนนอรุณอัมรินทร์ ระยะทางก็เกือบๆ 2 กิโลเมตร ถือว่ากำลังพอดี เนอะๆ ใช้เวลาก็ประมาณครึ่งชั่วโมง ก่อนหน้าจะเดินพาเหรดมีการเปิดงานนี้ก่อนครับ โดยท่าน ผอ. สมเกียรติ เจริญฉิม ผู้อำนวยการโรงเรียนทวีธาภิเศก พอเปิดงานแล้วก็จะมีการกล่าวต่างนะครับ การแข่งขันแรกจะเป็นการยิงประตู 5 คน (หรือ เตะจุดโทษ นั่นแหละครับ) โดยจะแบ่งเป็น2 รอบ คือ รอบคัดเลือกและ รอบ ชิงชนะเลิศ และชิงอันดับที่ 3 ครับ เหมือนการแข่งขันทั่วไปที่มี 4 ทีม ก็คือ 3 ทีม ได้เหรียญ ส่วนอีก 1 ทีม ก็จะต้องร้องไห้ไป 555+ และต่อมาก็มีการแข่งขันมากมาย และกีฬาที่ผมติดตามนั่นก็คือ … ชักเย่อ เพราะอะไรนะเหรอ ??? ก็เพราะเพื่อนผมแข่ง ^^ เอาล่ะรอบแรกก็ลุ้นๆ แต่กลับกลายเป็นว่าตกรอบ ดูตอนแรกก็สู้คู่ต่อสู้ไม่ได้แล้ว เพราะท่าทาง คู่ต่อสู้จะมีแรงมากกว่าอย่างเห็นได้ชัดตั้งแต่เริ่มเล่นมา พอชิงที่ 3 เอาแล้วล่ะ เรียบร้อย!!! เหรียญทองแดง ก็ยังดีเนอะ 555+ ดีใจด้วยๆ เง้ยยยย ตอนเที่ยงเริ่มร้อนแล้วล่ะ UU’ อ่ะฮ้าา กินข้าวก่อนดีกว่า เดะเป็นลม ^^ พอประมาณ 13:00 หรือบ่ายโมงนั่นหล่ะ มีการแสดงโชว์ของแต่ละสี และจะวัดระดับเสียง (เว่อร์ไป) ของกองเชียร์ครับ ซึ่งแต่ละสีก็ทำได้ดีเลยทีเดียว แต่ไม่รู้เหมือนกันครับว่า ใครได้ถ้วยนี้ไป เพราะอยู่ถึงตอนเย็นไม่ได้ ต้องรีบกลับบ้านมาปล่อยรูปลง เฟซบุ๊ก … และนี่คือกีฬาสีของทวีธาภิเศก ที่บางคนรู้สึกมีความสุข เพราะไม่ได้เรียน (รึเปล่าน้ออ 555+) หรืออาจมีความสุขเพราะได้เล่นกีฬา หรือเดินเล่นรอบโรงเรียน ฮ่าฮ่าฮ่า

TP Presenter >< ชุดพละ

 

 

 

 

 

2 นิ้ว คลาสสิคดี^^                                                          น่ะ ทำเป็นหล่อ 55+

เยี่ยม…                                                                                ชู่ววว์ เงียบๆ

นี่…..                                                                                2 นิ้ว –*

EarTh’ ทุกรูปตัดต่อใน Picsay Pro on android ^^

Review #04: TP Presenter – ชุดพละ

เปิดโปงความรู้ เอ๊ยย เปิดโลกความรู้ ที่นิทรรศน์รัตนโกสินทร์

Review #03 : นิทรรศรัตนโกสินทร์

สวัสดีคร๊าบบบบ วันนี้จะพาไปชมนิทรรศน์รัตนโกสินทร์ อันนี้เหมือนจะเป็นภาคต่อจากที่ไปพิพิธภัณฑ์พระที่นั่งวิมานเมฆมานะครับ ก็พอดีว่าไปทำงานอ่ะนะครับ ^^ เอาล่ะ เข้าเรื่องๆ นิทรรศน์รัตนโกสินทร์ คนที่ยังไม่ได้ไปคงจะงงๆน่ะสิครับ ว่า เอ… มันเป็นยังไงน้าาา บางคงก็คงคิดว่าเป็นพิพิธภัณฑ์ธรรมดาๆ ใช่มั้ยล่าา แต่ถ้าหากว่าใครได้ไปแล้ว คงจะติดใจไปอีกนาน เพราะที่นี่มีอะไรพิเศษๆ เยอะ!!! โดยนิทรรศน์รัตนโกสินทร์นี้จะมีไกด์เป็นผู้นำชม และจะชมเป็นรอบๆ ทุกๆ 20 นาที โดยจะแบ่งเป็นกลุ่ม กลุ่มละประมาณ 15 คน ฟังแล้วอย่าเพิ่งเบื่อ 555+ และที่นี่พอเข้าไปจะต้องจ่ายค่าเข้าชมและจะได้บัตรมา ส่วนนักเรียน/นักศึกษา ฟรี!!! โดยที่ก่อนหน้านั้นคุณจะต้องเลือกก่อนว่าคุณจะไปตามเส้นทางที่ 1 หรือ เส้นทางที่ 2 โดยทั้ง 2 เส้นทางนี้จะใช้เวลา 2 ชม. เท่าๆกัน พอดีว่าวันนั้นผมไปตามเส้นทางที่ 1 นะครับ เลยขอเล่าเส้นทางที่ 1 ละกัน :) พอขอบัตรเสร็จละ เราก็ดูเวลา เอ้อ… ขอบอกอีกอย่างนึงนะครับ ถ้าคุณจะไปที่นี่ อีกอย่างคือ คุณต้องอาศัยดวงและโชคชะตา (เว่อร์ไป 55+) ถ้าหากว่าวันที่คุณไป มีกรุ๊ปทัวร์หรือนักเรียนมาทัศนศึกษาล่ะก็ คุณอาจจะต้องรอหลาย ชม.หน่อย เพราะอย่างที่บอกไปคือ จะเป็นรอบๆนะครับ รอบละไม่เกิน 20 คน อ่าาา มาเล่ากันต่อ พอดีวันที่ผมไปนั้น ถือว่าค่อนข้างโชคดีมาก (รึเปล่านะ) วันนั้นบัตรได้รอบ 14:20 (ตอนขอบัตร 13:50) เพราะฉะนั้นคุณจะมีเวลาครึ่งชั่วโมงในการทำอะไรก็ได้ พอถึงเวลาคุณก็ค่อยมารอด้านทางเข้า หลังจากนั้นเพื่อนเข้าห้องน้ำไป เค้าบอกว่า “สวยมาก” เลยตามเข้าไปดู ปรากฎว่า ก็สวยจริงๆครับ คือสะอาดแล้วก็หรูจริงๆ อ่าาๆมาต่อๆ ครึ่งชม.ที่เหลืออยู่พอดีว่ามาจากพิพิธภัณฑ์พระที่นั่งวิมานเมฆ ยังไม่ได้กินข้าวอะไรเลย ก็เลยข้ามไปทางอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ไปกินข้าวมันไก่กัน (ผมไม่กิน อิ่มมม… ไม่รู้อิ่มอะไร) พอเพื่อนๆกินกันเสร็จ เวลายังพอมี ก็เดินมาเรื่อยๆกลับมาที่นิทรรศน์รัตนโกสินทร์ อืมมมม… ขอบอกอีกอย่างนึง ที่นี่ทางด้านขวาของอาคารนั้นจะมีร้านขายของ ขายเสื้อผ้าอยู่ แล้วก็มี true coffee ด้วยนะครับ และชั้นลอยทางด้านขวาของอาคารจะมีห้องสมุดนิทรรศน์รัตนโกสินทร์อยู่ด้วย เอาล่ะ เล่าต่อ… พอเข้ามาห้องแรกก็เล่าประวัติกรุงเทพมหานครกันก่อนครับ แล้วก็จะให้พักสักพักนึงครับ ให้เดินดู (ห้องแรกเหมือนจะไม่ค่อยมีอะไร แต่!!! รอห้องต่อไป) ห้องต่อมานี้ก็เริ่มที่จะเกี่ยวกับประวัติของสถานที่ต่างๆในกรุงเทพละ ห้องนี้จะมีกราฟิกอะไรบางอย่างให้คุณเล่นนะครับ ห้องต่อมานี่จะเป็นห้องชมวิดีโอของกรุงเทพมหานคร จะเป็นระบบ 4D โดยการใช้โปรเจ็กเตอร์ฉายรอบห้อง และหลังจากนั้น!!! ห้องนี้ก็ค่อยขึ้นๆ จนมาถึงชั้น 3 ห้องต่อมาก็จะเล่าประวัติเกี่ยวกับวัดและวังของกรุงเทพมหานครนะครับ คุณพี่ไกด์ก็พาชมเรื่อยๆนะครับ อื้มม… ลืมบอกไปอย่างนึง ที่นี่ห้ามถ่ายวิดิโอ หรืออัดคลิปเสียงนะครับ แต่ถ่ายภาพได้ในห้องที่ไม่เป็นระบบฉาย(โปรเจ็คเตอร์วิดิโอ) มาห้องต่อมาก็จะเกี่ยวกับนาฏศิลป์ไทย ความเป็นอยู่ของไทยในสมัยโบราณ และจะให้คุณไปชมวิวแถบเกาะรัตนโกสินทร์ที่ชั้นบนสุด พร้อมดื่มกาแฟ จาก true coffee (ถ้าจะซื้อ) เรื่อยมาจนถึงห้องสุดท้าย ก็จะมีให้คุณขับรถหรือพายเรือหรือจะขี่ม้าในระบบซิมูเลชั่นนะครับ อ่าวววว จบแล้วหรอ กำลังสนุกเลย ^^ วันนั้นก็จะกลับแล้วล่ะครับ ปรากฎว่า !!! ฝนตก อ้าว เอาแล้วไง แต่ก็นั่งรถกลับบ้านได้ เปียกนิดหน่อย :p

ไปเคาท์ดาวน์กันที่ CTW ดีกว่า !!!

Review #02 : แบงค็อกเคาท์ดาวน์ 2012 @ เซ็นทรัลเวิลด์

images by free.in.th วนมาบรรจบอีกครั้ง สำหรับวันปีใหม่นะครับ วันนี้เราจะมาเสนอสถานที่ดีดีที่ทุกๆคนสามารถไปนับถอยหลังสู่ปีใหม่กันนะครับ ที่นั่นก็ไม่ใช่ที่ไหน Central World นี่เอง ที่นี่เป็นสถานที่นับถอยหลังขึ้นปีใหม่ที่ ใหญ่ ที่สุด ในกรุงเทพฯ หรือ ประเทศไทย เลยล่ะครับ ด้วยการจัดกราฟฟิกที่ตระการตา สวยงาม และผู้คนที่มากมาย ทำให้มีบรรยากาศดีดีอยู่ในงานครับ

ปีนี้จะจัดใน ธีมของ “smile up” ซึ่งแปลเป็นภาษาไทยก็จะแบบว่า ให้ทุกคนกลับมายิ้มอีกครั้ง ประมาณนี้ล่ะครับ และปีนี้มีข่าวออกมาว่าจะมีไฮไลท์พิเศษ นั่นก็คือ พลุยิ้ม ฟังแล้วคง งงๆ น่ะครับ อืมมม….

วันนั้นผมก็ได้ไปแวะชมมาเหมือนกัน (ฮิ้ววว) [--*] พอดีเป็นเด็กฝั่งธนน่ะครับ ^^ เลยนั่ง BTS จาก สถานีวงเวียนใหญ่ น่ะครับ ตอนนั้นก็ 6 โมงแล้วล่ะ ฟ้าเริ่มมืด แต่จริงๆแล้วถ้าไปสยาม แนะนำให้ขึ้นที่สถานี กรุงธนบุรีนะครับ จะคุ้มกว่า เพราะ BTS จะคิดอัตรา 2 สถานี 5 บาท ถ้าขึ้นจากกรุงธนบุรีก็จะ 30 บาท ส่วนวงเวียนใหญ่ ก็จะ 35 บาท อันนี้กรณีสำหรับคนที่ลงที่สถานีสยามนะครับ ถ้าหากลงชิดลม จะขึ้นที่ถานีไหนก็ 35 บาทเท่ากันล่ะครับ ถ้าไปตอนเย็นๆแบบนี้ล่ะ บรรยากาศดี คุณจะได้ชมแม่น้ำเจ้าพระยาในวิวสวยๆ แสงกระทบน้ำสวยงาม (จริงมั้ยล่าาา…) พอไปถึงสยามสิ่งที่ผมตกใจที่สุด นั่นก็คือ…. (แต่น แตน แต๊น) ไปสยามมากี่ครั้งๆ ก็ไม่เคยเห็นคนไทย ต่อแถวยาวเหยียด ประมาณ 20 กว่าคนน่ะครับ ขึ้นรถไฟฟ้า คือรถไฟฟ้าจะมีสัญลักษณ์ที่พื้นอ่ะนะครับว่าประตูจะเปิดตรงไหน คนก็เข้าแถวรวมกันเป็น 100 อ่ะครับ ทุกๆแถว อ้ะน่าา… เดี๋ยวนี้คนไทยมีระเบียบจริงๆ น่าชื่นชม แต่เสียดายจริงว่างานปีนี้ ของที่แบบว่า เป็นของตกแต่งรอบๆงานอ่ะนะครับ ไม่ค่อยมีมากเท่าปีก่อนๆ เลยไม่รู้จะไปถ่ายตรงไหนดี ก็เลยเก็บต้นคริสต์มาสมาให้ชมกันครับ ต้นคริสต์มาสปีนี้ ดูเหมือนจะสูงประมาณปีก่อนๆ แต่อาจจะสูงกว่าถ้าดูจากภาพ ปีนี้มีน้องหมีขาวน่ารักตัวโตยืนอยู่ด้วย ^^ โชคดีที่คืนวันนั้นฝนไม่ตกนะครับ ไม่เหมือนประมาณ 5-6 ปีก่อน ที่ระหว่างงานมีฝนตก วันนั้นเฉอะแฉะกันไปหมด ปีนี้คนก็ค่อนข้างเยอะเหมือนทุกปีครับ และปีนี้ก็ค่อนข้างยิ่งใหญ๋ สวยงาม ไม่ทำให้ผิดหวังที่จะได้ไปนะครับ ถ้าหากใครพลาดปีนี้ไป ปีหน้าก็ลองไปแวะชมดูนะครับ เทศกาลปีใหม่ทุกปีจะทำทุกคนรู้สึกดีครับ …

2 15 16 25 33 40 54 73 73ก 76 79 204 511

  สยาม (CEN)  ชิดลม (E1)

พระที่นั่งวิมานเมฆ

Review #01 :พระที่นั่งวิมานเมฆ

วันนั้นผมไปเที่ยวมาครับ จริงๆก็ไม่เชิงเที่ยวหรอก ไปทำงาน (^^) ที่ๆต้องไปนั้นก็คือ “พระที่นั่งวิมานเมฆ”

นี่คือด้านหน้านะครับ คือจะมีทางเข้าหลายทาง ผมเข้าทาง พระที่นั่งอนันตสมาคมนะครับ

บรรยากาศที่นี่ดีครับ ร่มรื่น สะอาด สวยงามดี ใครมาที่นี่ก็คงต้องรู้สึกชื่นใจแน่ๆ ^^

ส่วนวันที่ผมก็พอดีว่าไม่ค่อยมีแดดด้วยล่ะครับ เหมือนจะโชคดี (แหะๆ)

อาจจะโชคดีเพราะมันไม่ร้อน แต่พอตอนเที่ยงๆน่ะสิ แดดเปรี้ยงเลย :)

เดินเข้ามาจากซุ้มขายตั๋วทางหน้าประตู ด้านนี้จากทางตรงข้ามสวนสัตว์เขาดิน

นะครับ เดินเข้ามาเรื่อยๆ ไม่ไกลครับไม่ไกล ก็จะเห็นพระที่นั่งอภิเษกดุสิต

หน้าพระที่นั่งอภิเษกดุสิต จะมีสนามหญ้าสวยๆครับ

สนามหญ้าก็สวย พระที่นั่งก็สวยครับ ^^ แถมมีน้ำพุด้วย แบบนี้ได้บรรยากาศสุดๆ

ส่วนภายในพระที่นั่งอภิเษกดุสิตนั้นก็จะมีการจัดแสดงประวัติความเป็นมาต่างๆของ

สิ่งของในประวัติศาสตร์ ก็น่าสนใจดีนะครับ ด้านในมีแอร์ครับ ไม่ร้อน ไม่ต้องกลัวร้อนเลย

พระที่นั่งทุกที่ในบริเวณของพิพิธภัณฑ์พระที่นั่งวิมานเมฆนั้น มีแอร์ทุกที่ครับ

เพื่อที่จะให้นักท่องเที่ยวไม่ร้อนและรู้สึกสบายในการมาเที่ยวและเยี่ยมชมครับ

ในส่วนของพระที่นั่งวิมานเมฆหากเข้าทางด้านพระที่นั่งอนันตสมาคม จะต้องเดินเข้าไปอีก

ซึ่งพระที่นั่งต่างๆที่อยู่ในบริเวณของพระที่นั่งวิมานเมฆนั้น ก็จะเป็นพิพิธภัณฑ์ ที่จะเล่าเรื่องราวของประวัติศาสตร์ไทย

ส่วนพระที่นั่งวิมานเมฆจะต้องมีไกด์หรือมัคคุเทศก์ พาเข้าชม ซึ่งจะมีเป็นเวลาๆ นะครับ แต่ละรอบ ก็จะให้เข้าชมไม่มาก ประมาณ 10 คน ครับ

พระที่นั่งวิมานเมฆ ได้ทั้งความรู้ประวัติศาสตร์ และได้ความสนุกด้วยนะครับ

 

 

ค่าเข้าชมก็

ผู้ใหญ่                    75 บาท

เด็ก                        20 บาท

ชาวต่างประเทศ 100 บาท

ส่วนนักเรียน แค่โชว์บัตรนักเรียน ก็เข้าชมฟรีครับ

       18 28 56 70 108 125 515 539

Follow

Get every new post delivered to your Inbox.